6 เทคนิคการปิดการขายแบบเข้าถึงใจ B2B ที่ทีมขายส่วนใหญ่ไม่รู้
|

6 เทคนิคการปิดการขายแบบเข้าถึงใจ B2B ที่ทีมขายส่วนใหญ่ไม่รู้

ในโลกของการขายแบบ Business-to-Business (B2B) สิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่แค่การพรีเซนต์สินค้าให้จบ แต่คือการทำให้ลูกค้าระดับผู้บริหารหรือจัดซื้อเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เรานำเสนอ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานและเป็นที่ปรึกษาด้านการขายให้กับองค์กรชั้นนำมานานกว่า 20 ปี ผมพบว่าเซลส์ส่วนใหญ่ตกม้าตายตอนจบเพราะโฟกัสที่ “การขาย” มากกว่า “การนั่งในใจลูกค้า” ความจริงก็คือ นักขายระดับท็อปที่สร้างยอดขายมหาศาลไม่ได้มีทักษะที่เหนือมนุษย์ แต่พวกเขารู้ความลับในการสร้างความเชื่อมั่น วันนี้ผมจะมาเผย 6 เทคนิคการปิดการขาย รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงใจลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่เซลส์ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อนครับ 1. เปลี่ยนพลังงานจากการ “ตั้งหน้าตั้งตาขาย” เป็น “ตั้งใจช่วย” ลูกค้า B2B มีเรดาร์ที่ไวมาก พวกเขาสามารถสัมผัสถึงความตั้งใจของคุณได้ผ่านน้ำเสียง แววตา และภาษากาย หากคุณตั้งหน้าตั้งตาจะปิดยอดอย่างเดียวเพื่อเอาค่าคอมมิชชัน ลูกค้าจะเกิดกำแพงทันที ในทางกลับกัน เทคนิคการปิดการขาย หากคุณปรับ Mindset และแสดงออกว่าตั้งใจเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาให้องค์กรของเขาอย่างแท้จริง บรรยากาศการเจรจาจะเปลี่ยนไปทันทีครับ 2. วางตัวเป็น “ที่ปรึกษา” ไม่ใช่นักตื้อ หมดยุคของการตื้อเพื่อหวังยอดแล้วครับ ผู้บริหารระดับสูงต้องการคู่คิดหรือที่ปรึกษา (Consultative Seller) ที่จะเข้ามาแชร์พรีเซนต์แนวทางแก้ปัญหา เมื่อทีมขายของคุณยืดหยัดในจุดยืนที่ยินดีจะช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก่อน ลูกค้าจะเริ่มปล่อยวางความระแวง สลัดภาพจำของเซลส์แบบเดิมๆ และยอมเปิดใจให้ข้อมูลเชิงลึกกับเรามากขึ้น 3. มอบอำนาจให้ลูกค้ารู้สึก “ควบคุมสถานการณ์ได้”…

5 วิธีปลุกไฟนักขาย เทคนิคการบริหารทีมขายให้ยอดพุ่ง
|

5 วิธีปลุกไฟนักขาย เทคนิคการบริหารทีมขายให้ยอดพุ่ง

ในโลกของการขายแบบ B2B ที่ต้องเผชิญกับการปฏิเสธและการแข่งขันที่รุนแรง อาการท้อแท้หรือหมดไฟของพนักงานขายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาและจัด inhouse training ให้กับองค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ผมพบว่าต่อให้ทีมงานของคุณจะเรียนรู้ ทักษะการขาย ที่ดีที่สุดมา แต่ถ้าใจพวกเขาหมดพลัง เทคนิคเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างแรงผลักดันจากภายใน และนี่คือ 5 แนวทางที่ผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้ใน การบริหารทีมขาย (Sales Management) เพื่อปลุกไฟและขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืนครับ 1. ขับเคลื่อนทีมด้วยชัยชนะเล็ก ๆ (Small Win) เทคนิคการบริหารทีมขาย ในการทำงานขายระยะยาว การรอคอยความสำเร็จจากโปรเจกต์ใหญ่อาจทำให้ทีมล้าได้ง่าย ในฐานะผู้บริหาร คุณควรสร้างวัฒนธรรมการฉลอง “Small Win” หรือชัยชนะเล็ก ๆ ในทุกวัน เช่น การที่ทีมงานสามารถนัดหมายลูกค้ารายใหม่สำเร็จ หรือการส่งใบเสนอราคาได้ตามเป้าหมาย การกระตุ้นให้พนักงานจดบันทึกความสำเร็จเล็ก ๆ วันละ 3-5 ข้อก่อนจบวัน จะช่วยสร้างพลังใจและทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีความก้าวหน้า ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของ B2B sales pipeline 2. เปลี่ยนคำปฏิเสธให้เป็นพลังด้วย “การขอบคุณ” เมื่อทีมงานเผชิญกับความผิดพลาดหรือโดนปฏิเสธ…

จาก Telesales สู่มือโปร: 5 เทคนิคพัฒนาทีมนักขายมือใหม่
|

จาก Telesales สู่มือโปร: 5 เทคนิคพัฒนาทีมนักขายมือใหม่

ในการบริหารองค์กรยุคปัจจุบัน ปัญหาใหญ่ที่ผู้บริหารและฝ่าย HR มักจะพบเจอร่วมกันคือ “จะปั้นพนักงานขายมือใหม่อย่างไรให้สร้างยอดได้จริง?” หลายครั้งที่บริษัทรับคนเข้ามาแล้วต้องเจอกับปัญหาพนักงานท้อถอยจากภาพลักษณ์เชิงลบของงานขาย หรือขาดความมั่นใจเพราะไม่มีประสบการณ์ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานและบริหารทีมขายในบริษัทชั้นนำมานานกว่า 20 ปี รวมถึงการเริ่มต้นอาชีพจากจุดเล็ก ๆ อย่างพนักงาน เทคนิคการขายทางโทรศัพท์ (Telesales) ระดับ Junior จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Sales Manager และเจ้าของธุรกิจได้ ผมพบว่าการจะเปลี่ยน “เด็กใหม่” ให้กลายเป็น “ดาวรุ่ง” นั้น ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของระบบการเจียระไนผ่าน 5 แนวคิดสำคัญที่ผู้บริหารและ HR สามารถนำไปปรับใช้กับทีมได้ดังนี้ครับ 1. ปรับ Mindset ลบภาพจำเก่า ๆ ออกไป ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนมุมมองของพนักงานที่มีต่องานขาย นักขายมือใหม่หลายคนมักติดกับดักภาพลบในอดีต หน้าที่ขององค์กรคือต้องชี้ให้เห็นว่า งานขายคืองานที่มีเกียรติและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่ขับเคลื่อนรายได้หลักของบริษัท ถ้านักขายภูมิใจในอาชีพ พวกเขาจะมีความมั่นใจในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า 2. มองหา Growth Mindset มากกว่าประสบการณ์ ฝ่ายบุคคลไม่จำเป็นต้องกังวลเลยหากแคนดิเดตไม่มีประสบการณ์ตรงด้านการขายมาก่อน เพราะทักษะหลายอย่างสามารถพัฒนาได้ผ่านการจัด อบรมการขาย ที่มีคุณภาพ สิ่งที่ต้องคัดเลือกให้เจอตอนสัมภาษณ์คือ ความพร้อมที่จะเรียนรู้…

5 เคล็ดลับการบริหารทีมขาย ปั้นเซลล์ทั่วไปสู่ท็อปเซลล์สร้างล้าน
|

5 เคล็ดลับการบริหารทีมขาย ปั้นเซลล์ทั่วไปสู่ท็อปเซลล์สร้างล้าน

ในฐานะผู้บริหารหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) สิ่งหนึ่งที่เป็นความท้าทายสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ B2B คือ ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถขับเคลื่อนทีมขายให้สร้างยอดทะลุเป้าได้อย่างยั่งยืน? จากประสบการณ์ของผมในการทำงานและเป็นที่ปรึกษาด้านงานขายให้กับองค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ผมพบความจริงข้อหนึ่งว่า เซลล์ส่วนใหญ่มักมีรายได้และผลงานอยู่ในระดับปานกลาง แต่จะมีเซลล์เพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นท็อปเซลล์ที่สร้างรายได้มหาศาล คำถามคือพวกเขามีความลับอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น? วันนี้ผมจะมาเผย 5 แนวคิดและทักษะการขายระดับแชมป์เปียน ที่ผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาและปรับทัศนคติของทีม เพื่อเปลี่ยนพนักงานขายธรรมดาให้กลายเป็นขุมพลังสร้างยอดขายขององค์กรครับ 1. เปลี่ยนทัศนคติ “ไม่ต่อรองเป้าหมาย แต่เพิ่มกิจกรรมการขาย” ปัญหาที่ผู้บริหารมักเจอในการบริหารทีมขายคือ เมื่อมีการปรับเพิ่มเป้าหมาย (Target) ประจำเดือนหรือประจำปี เซลล์ทั่วไปมักจะเริ่มบ่นและพยายามต่อรองเพื่อขอปรับเป้าลง ในขณะที่คนที่เป็นท็อปเซลล์จะไม่เสียเวลาไปกับการต่อรองเลยครับ แต่พวกเขาจะเอาเวลานั้นไปคิดว่าจะเพิ่มกิจกรรมทางการขายอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การขยันโทรหาลูกค้าเพิ่มขึ้น หรือวางแผนเข้าพบลูกค้าใหม่อย่างเป็นระบบ หน้าที่ขององค์กรคือการสนับสนุนให้พวกเขามีทัศนคติแบบ Growth Mindset นี้ 2. พัฒนาทักษะการขายให้ครบเครื่องแบบ 360 องศา เซลล์ส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่ทักษะการปิดการขายเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทักษะที่ทีมขายระดับท็อปต้องมีประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญที่ต้องเก่งอย่างรอบด้าน คือ การเปิดการขาย (ค้นหาและคัดกรองลูกค้าใหม่), การนำเสนออย่างมืออาชีพ (พิชิตใจลูกค้าองค์กร) และการปิดการขายอย่างเฉียบคม หากทีมของคุณยังขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง นี่คือสัญญาณที่ HR ต้องเริ่มมองหาหลักสูตรอบรมพนักงานขายเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้…

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ลูกค้าบ่นราคาแพง ทำอย่างไรให้พร้อมซื้อ
|

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ลูกค้าบ่นราคาแพง ทำอย่างไรให้พร้อมซื้อ

ในฐานะผู้บริหารหรือฝ่าย HR คุณเคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? ทีมขายมักจะเดินกลับมาบอกคุณว่า “สินค้าของเราแพงเกินไป ขายยาก โดนคู่แข่งตัดราคา” จนทำให้เป้าหมายยอดขายขององค์กรไม่เป็นไปตามเป้า แต่จากประสบการณ์กว่า 20 ปีของผมในการเป็นที่ปรึกษาและจัด inhouse training ให้กับหลากกลุ่มธุรกิจ ผมบอกได้เลยครับว่า ท็อปเซลส์ระดับร้อยล้านเขาไม่ได้มองว่า “ราคา” คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด เมื่อลูกค้าบอกว่าแพง นั่นไม่ใช่คำปฏิเสธถาวร แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าเรายังเคลียร์คุณค่าได้ไม่ชัดเจน และนี่คือ 3 กลยุทธ์ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เรื่องราคาที่ผมใช้พลิกเกมขายสินค้าราคาสูงให้ลูกค้าอยากซื้อทันที 1. เปลี่ยน “ราคา” ให้เป็น “ความมั่นใจในการแก้ปัญหา” ความจริงที่ผู้บริหารต้องสื่อสารกับทีมคือ ลูกค้าไม่ได้ปฏิเสธเพราะตัวเลขบนใบเสนอราคา แต่เป็นเพราะเขา “ไม่มั่นใจ” ว่าจ่ายไปแล้วจะคุ้มค่าไหม หน้าที่ของนักขายไม่ใช่การลดราคา แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าสินค้าเราตอบโจทย์ได้จริง เช่น หากคุณขายระบบซอฟต์แวร์ราคาหลักล้าน สิ่งที่ลูกค้าซื้อไม่ใช่แค่โค้ดระบบ แต่เขาซื้อความปลอดภัยและความประหยัดเวลาขององค์กร ดังนั้น ทักษะการขาย ที่สำคัญที่สุดในขั้นนี้คือการพิสูจน์ให้ลูกค้าเห็นว่า สินค้าของคุณจะเข้าไปขจัดความเสี่ยงและช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างไร 2. ยกระดับความน่าเชื่อถือของ “ตัวแทนองค์กร” ทำไมลูกค้าบางรายยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อสินค้าชนิดเดียวกันจากอีกบริษัท? คำตอบคือ “ความเชื่อมั่น” ครับ ในยุคที่สินค้าทดแทนกันได้ง่าย วิธีจัดการข้อโต้แย้ง…

7 ขั้นตอนคุมเกมประชุมให้ Win ด้วย เทคนิคการปิดการขาย ขั้นเทพ
|

7 ขั้นตอนคุมเกมประชุมให้ Win ด้วย เทคนิคการปิดการขาย ขั้นเทพ

ในโลกของการขายแบบ Business-to-Business (B2B) หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการเข้าพบลูกค้าคือการเข้าไปเพื่อ “นำเสนอ” เพียงอย่างเดียว แต่จากประสบการณ์ของผมในการคลุกคลีกับงานขายและที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำมากว่า 20 ปี ผมพบว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่มันคือ “กระบวนการที่พิสูจน์ได้” (Proven Process) ที่เราสามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ทุกครั้ง หากคุณเป็นผู้บริหารหรือฝ่าย HR ที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนา ทักษะการขาย ให้กับทีมงาน นี่คือ 7 ขั้นตอนสำคัญที่จะเปลี่ยนทุกการประชุมให้กลายเป็นยอดขายครับ 1. ละลายพฤติกรรมด้วย “จุดร่วม” (Rapport Building) ก่อนจะเปิดสไลด์หน้าแรก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความไว้ใจ ผมมักจะสอนใน หลักสูตรอบรมพนักงานขาย เสมอว่า ให้ทำการบ้านผ่าน LinkedIn หรือ Facebook เพื่อหา “จุดร่วม” เช่น จบสถาบันเดียวกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกัน การหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาเป็นตัวเปิดบทสนทนาจะช่วยทลายกำแพงระหว่างคุณกับลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม 2. คุมเกมด้วยการวาง Agenda อย่างมืออาชีพ มือโปรจะไม่ยอมให้การประชุมไหลไปอย่างไร้ทิศทาง ผมแนะนำให้แจ้งวาระการประชุมชัดเจน และ “ขอความเห็นจากลูกค้า” ว่าอยากปรับเปลี่ยนตรงไหนไหม วิธีนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของการประชุมร่วมกับเรา และพร้อมที่จะเปิดใจคุยมากขึ้น 3….

3 สัญญาณบวกคุมเกมดีล B2B ให้อยู่หมัดด้วย เทคนิคการปิดการขาย
|

3 สัญญาณบวกคุมเกมดีล B2B ให้อยู่หมัดด้วย เทคนิคการปิดการขาย

ในโลกของการขายระดับองค์กร (B2B) หลายครั้งที่นักขายมักจะตกม้าตายเพราะ “อ่านจังหวะไม่ขาด” บางคนรีบปิดการขายเร็วเกินไปจนลูกค้าอึดอัด หรือบางคนปล่อยจังหวะทองให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและบริหารทีมขายมามากกว่า 20 ปี ผมพบว่าลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะเราพูดเก่ง แต่ซื้อเพราะเรา “อ่านสัญญาณ” ออกครับ หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องการยกระดับยอดขาย หรือ HR ที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนา ทักษะการขาย ให้ทีมงาน นี่คือ 3 สัญญาณสำคัญที่บอกว่าลูกค้าพร้อมจะเซ็นสัญญา และถึงเวลาที่ทีมของคุณต้องใช้ เทคนิคการปิดการขาย อย่างมืออาชีพครับ 1. เมื่อคำถามเปลี่ยนจาก “อะไร” เป็น “อย่างไร” สัญญาณแรกที่ผมสังเกตเห็นได้ชัดที่สุดคือ “ระดับความลึกของคำถาม” ครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าเริ่มถามถึงรายละเอียดการรับประกัน การซัพพอร์ตหลังการขาย หรือถามหาตัวบุคคลที่จะดูแลเขาเมื่อเกิดปัญหา นั่นคือสัญญาณบวกชั้นดี เทคนิคการปิดการขาย ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สิ่งนี้หมายความว่าลูกค้าเริ่ม “จินตนาการ” ถึงวันที่เขาได้ครอบครองสินค้าของคุณแล้วครับ เขาไม่ได้มองแค่ฟีเจอร์พื้นฐาน แต่กำลังประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยงในการทำงานจริง หากทีมของคุณได้รับการ อบรมการขาย ที่เน้นการสร้างความเชื่อใจ สัญญาณนี้คือโอกาสทองที่จะตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าครับ 2. การต่อรองราคาคือ “คำตอบรับ” ที่แฝงมา นักขายมือใหม่มักจะตกใจหรือกลัวเมื่อลูกค้าขอส่วนลด แต่สำหรับผมที่มีประสบการณ์หน้างานมาอย่างยาวนาน การต่อรองราคาคือสัญญาณที่บอกว่า…

เร่งยอดขายให้โต 10 เท่าด้วย วิธีหาลูกค้าใหม่ B2B อย่างมือโปร
|

เร่งยอดขายให้โต 10 เท่าด้วย วิธีหาลูกค้าใหม่ B2B อย่างมือโปร

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการขายระดับองค์กรมานานกว่า 20 ปี ผมมักจะถูกถามเสมอจากเหล่าผู้บริหารและหัวหน้าทีมขายว่า “ทำไมยอดขายถึงไม่เป็นไปตามเป้า?” หรือ “ทำไมพนักงานขายถึงหาโปรเจกต์ใหม่ ๆ เข้ามาไม่ได้เลย?” คำตอบที่ผมมักจะพบจากการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทข้ามชาติและองค์กรใหญ่ ๆ ไม่ใช่เพราะพนักงานขาด ทักษะการขาย ที่ซับซ้อนเสมอไปครับ แต่บ่อยครั้งมันคือเรื่องของ “ปริมาณงาน” ที่ยังไม่มากพอจะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาด B2B ได้ วันนี้ผมจึงอยากแชร์กฎเหล็กที่ผมใช้ปั้นทีมขายให้ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด นั่นคือ “กฎ 10 เท่า” ทำไมการหาลูกค้าใหม่แบบเดิมถึงไม่ได้ผล? จากประสบการณ์ของผม พนักงานขายส่วนใหญ่มักจะทำกิจกรรมการขายเพียงแค่พอเป็นพิธี เช่น โทรหาลูกค้าใหม่วันละ 3-5 ราย หรือส่งอีเมลแนะนำตัวเพียงไม่กี่ฉบับต่อวัน แล้วก็นั่งรอคอยความหวังว่าจะมีใครสักคนตอบกลับมา แต่ความจริงที่โหดร้ายของโลก B2B คือ อัตราการตอบกลับ (Response Rate) นั้นต่ำมากครับ การที่คุณทำงานในปริมาณที่ “คนทั่วไปทำกัน” จึงเท่ากับว่าคุณกำลังฝากความหวังไว้กับโชคชะตา ซึ่งในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือความเสี่ยงมหาศาลในการบริหารธุรกิจ กฎ 10 เท่า: เปลี่ยนปริมาณให้เป็นคุณภาพ หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง คุณต้องกล้าทำในสิ่งที่เหนือกว่ามาตรฐาน 10 เท่า: การทำ วิธีหาลูกค้าใหม่…

หยุดรีบขายแล้วเริ่มถาม! วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
|

หยุดรีบขายแล้วเริ่มถาม! วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่กับการปั้นทีมขายระดับองค์กรมานานกว่า 20 ปี ผมมักจะเห็นความผิดพลาดซ้ำซากที่นักขายส่วนใหญ่มักจะทำเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้า นั่นคือการ “รีบเปิดสไลด์นำเสนอสินค้า” ทันทีที่สวัสดีเสร็จ เชื่อไหมครับว่า ในมุมมองของผู้บริหารหรือคู่ค้า B2B เขาไม่ได้อยากซื้อสินค้าของคุณหรอกครับ แต่เขาอยากได้ “ทางออกของปัญหา” ต่างหาก จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรข้ามชาติ การรีบนำเสนอโดยไม่ฟัง คือการสร้างกำแพงให้ลูกค้าเริ่มปฏิเสธคุณตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ทำไมการรีบขายถึงนำไปสู่ข้อโต้แย้ง? หากทีมขายของคุณยังไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาคือคำปฏิเสธยอดฮิตอย่าง “ขอคิดดูก่อน” หรือ “เดี๋ยวขอไปเปรียบเทียบเจ้าอื่นก่อน” นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนครับ หัวใจสำคัญของการเป็นนักขายมืออาชีพ ไม่ใช่แค่การมี ทักษะการขาย ที่พูดเก่ง แต่คือการรู้จักใช้คำถามเพื่อทำความเข้าใจ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ล่วงหน้า ก่อนที่ลูกค้าจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธเสียด้วยซ้ำ 3 คำถามทรงพลังที่ต้องถามก่อนเริ่มขาย ก่อนที่ผมจะยอมให้ลูกศิษย์ใน หลักสูตรอบรมพนักงานขาย เริ่มนำเสนอสินค้า ผมจะให้เขาฝึกถามคำถามอย่างน้อย 3-5 ข้อเพื่อเช็กสถานการณ์ดังนี้ครับ: หากคุณยังไม่รู้คำตอบของ 3 ข้อนี้ การนำเสนอของคุณจะเป็นเพียงแค่การสาดข้อมูลทฤษฎีใส่ลูกค้า ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เกิดการ ปิดการขาย แต่อย่างใด สร้างทีมขายที่ “ถาม” เป็น เพื่อปิดดีลที่ “ใหญ่” กว่า สำหรับผู้บริหารหรือ HR…

เปลี่ยนคำว่า “ขอคิดดูก่อน” ให้เป็นยอดขายด้วย วิธีจัดการข้อโต้แย้ง
|

เปลี่ยนคำว่า “ขอคิดดูก่อน” ให้เป็นยอดขายด้วย วิธีจัดการข้อโต้แย้ง

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่กับการปั้นทีมขายระดับองค์กรมานานกว่า 20 ปี หนึ่งในประโยคที่นักขายกลัวที่สุดและมักจะทำตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินก็คือ “เดี๋ยวขอคิดดูก่อนนะ” เชื่อไหมครับว่าจากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทข้ามชาติมามากมาย พนักงานขายส่วนใหญ่มักจะตอบกลับไปว่า “ได้ครับ/ค่ะ เดี๋ยวผมโทรหาใหม่นะครับ” แล้วก็เดินจากไปพร้อมกับโอกาสที่กลายเป็นศูนย์ ซึ่งในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะคุณกำลังปล่อยให้ B2B sales pipeline ที่อุตส่าห์สร้างมาต้องหลุดมือไปเพียงเพราะคุณ “อ่านเกมไม่ขาด” เบื้องหลังคำปฏิเสธที่ดูสุภาพ คำว่า “ขอคิดดูก่อน” ในโลกของการขาย B2B แทบจะไม่มีคำว่า “คิด” อยู่จริงครับ แต่มันคือ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ที่สุภาพที่สุดของลูกค้า ซึ่งมักจะซ่อนความหมายแฝงไว้ 2 ประเด็นหลัก: หากทีมขายของคุณขาด ทักษะการขาย ในเชิงลึก พวกเขาจะแยกไม่ออกว่าลูกค้ากำลังติดปัญหาที่ตรงไหน และนั่นคือเหตุผลที่ยอดขายของคุณนิ่งสนิท เทคนิค “บีบช่องว่าง” เพื่อหาความจริง แทนที่จะเดินจากไป ผมมักจะสอนลูกศิษย์ใน หลักสูตรอบรมพนักงานขาย เสมอว่า ให้ลองโยนคำถามสั้นๆ เพื่อเช็กสถานการณ์ (Double Check) ดูครับ โดยใช้ประโยคที่แสดงถึงความเข้าใจแต่แฝงด้วยกลยุทธ์ว่า: “พี่ครับ ผมเข้าใจครับว่าเรื่องนี้สำคัญและต้องใช้เวลาตัดสินใจ แต่เพื่อให้ผมเตรียมข้อมูลได้ถูกต้อง ไม่ทราบว่าที่พี่ต้องขอคิดดูก่อนเนี่ย เป็นเรื่องของตัวสินค้า…