จบดีลได้ในคำถามเดียว! เทคนิคการปิดการขาย แบบ Alternative Close
|

จบดีลได้ในคำถามเดียว! เทคนิคการปิดการขาย แบบ Alternative Close

คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ? ทีมขายของคุณนำเสนอโซลูชันอย่างดีเยี่ยม ลูกค้าดูสนใจและพยักหน้าตามตลอดการนำเสนอ แต่พอถึงช่วงสำคัญพนักงานกลับตกม้าตายด้วยการถามว่า “ไม่ทราบว่าพี่สนใจรับตัวนี้ไว้ไหมครับ?” หรือ “พี่จะซื้อเลยไหมครับ?” จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและบริษัทข้ามชาติมากว่า 20 ปี ผมบอกได้เลยครับว่าคำถามเหล่านี้คือ “กับดัก” ครับ เพราะมันเป็นการเปิดช่องว่างให้ลูกค้าตอบว่า “ไม่” หรือ “ขอคิดดูก่อน” ได้ง่ายที่สุด ซึ่งในโลกธุรกิจ B2B การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอาจหมายถึงการหลุดลอยของดีลสำคัญใน B2B sales pipeline ของคุณได้เลย จิตวิทยาการเลือก: เปลี่ยนจากการ “ปฏิเสธ” เป็นการ “ตัดสินใจ” หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องการผลลัพธ์ หรือฝ่าย HR ที่กำลังเฟ้นหา หลักสูตรอบรมพนักงานขาย ที่เน้นผลลัพธ์จริง คุณต้องสอนให้ทีมงานเข้าใจจิตวิทยาที่เรียกว่า เทคนิคการปิดการขาย แบบ “Alternative Close” หรือการให้ทางเลือกสองทางครับ หลักการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการไม่ถามเพื่อให้ลูกค้าเลือกระหว่าง “ซื้อ” กับ “ไม่ซื้อ” แต่เป็นการถามเพื่อให้ลูกค้าเลือกระหว่าง “สิ่งที่ดี” กับ “สิ่งที่ดีกว่า” ซึ่งไม่ว่าลูกค้าจะเลือกทางไหน เราก็สามารถ ปิดการขาย ได้ทั้งคู่ครับ…

เพิ่มกำไรมหาศาล! วิธี Upsell Cross-sell ให้ลูกค้าจ่ายเพิ่มอย่างเต็มใจ
|

เพิ่มกำไรมหาศาล! วิธี Upsell Cross-sell ให้ลูกค้าจ่ายเพิ่มอย่างเต็มใจ

ในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การขายให้แก่องค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ผมมักจะย้ำเตือนผู้บริหารเสมอว่า “กำไรที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่การหาลูกค้าใหม่เสมอไป” ครับ ทราบไหมครับว่าต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่นั้นสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ พนักงานขายส่วนใหญ่มักจะ “หยุด” ทันทีที่ ปิดการขาย ได้สำเร็จ พวกเขาเลือกที่จะวางสายหรือรีบหายหน้าไป แทนที่จะใช้จังหวะทองนั้นในการเพิ่มมูลค่าดีลด้วย วิธี Upsell Cross-sell อย่างมืออาชีพ หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องการเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องทุ่มงบการตลาดมหาศาล หรือเป็นฝ่าย HR ที่ต้องการยกระดับ ทักษะการขาย ของทีมงาน บทความนี้มีคำตอบจากประสบการณ์จริงของผมมาฝากครับ จังหวะที่ลูกค้า “เชื่อมั่น” คือจังหวะที่ขายง่ายที่สุด ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ วินาทีที่ลูกค้าตกลงเซ็นสัญญาหรือจ่ายเงิน คือวินาทีที่เขามีความเชื่อมั่นในตัวคุณและองค์กรของคุณสูงที่สุดครับ การที่ทีมงานของคุณปล่อยให้จังหวะนี้ผ่านไปเฉยๆ คือการทิ้งโอกาสที่สำคัญที่สุดใน B2B sales pipeline เทคนิคที่ผมใช้สอนใน inhouse training เสมอคือการใช้กฎที่เรียกว่า “The Logical Bridge” ครับ หัวใจสำคัญคือ “อย่าพยายามยัดเยียดสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้ใช้” แต่จงเสนอสิ่งที่ “ส่งเสริมผลลัพธ์” ของสินค้าตัวหลักที่เขาเพิ่งซื้อไป เพื่อให้เขาบรรลุเป้าหมายได้เร็วและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เปลี่ยนจากการ “ขายเพิ่ม”…

เปลี่ยนคำว่าแพงเป็นตกลงซื้อด้วย วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ระดับโปร
|

เปลี่ยนคำว่าแพงเป็นตกลงซื้อด้วย วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ระดับโปร

“ของน้องแพงไป” หรือ “เจ้าอื่นให้ราคาถูกกว่าเยอะเลย” ประโยคเหล่านี้คือยาขมที่พนักงานขายส่วนใหญ่มักจะพ่ายแพ้ครับ หลายคนพอได้ยินแบบนี้ก็รีบเสนอส่วนลดทันทีเพื่อรักษาดีลไว้ แต่จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและบริษัทข้ามชาติมามากกว่า 20 ปี ผมบอกได้เลยว่าการลดราคาทันทีคือการ “ฆ่าตัวตายทางการค้า” ครับ เพราะมันเท่ากับคุณยอมรับโดยดุษฎีว่าสินค้าของคุณไม่มีมูลค่า (Value) มากพอที่จะจ่ายในราคานั้น หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องคุมตัวเลขกำไร หรือฝ่าย HR ที่กำลังมองหา หลักสูตรอบรมพนักงานขาย ที่จะช่วยให้ทีมงานรับมือกับความกดดันได้ บทความนี้จะเผยเคล็ดลับที่ผมใช้ปั้นนักขายระดับท็อปมานับไม่ถ้วนครับ เลิกสู้ด้วย “ราคา” แต่ให้ชนะด้วย “ความคุ้มค่า” หัวใจสำคัญของ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เรื่องราคา ไม่ใช่การเถียงลูกค้าว่าไม่แพงครับ แต่คือการเปลี่ยนโฟกัสจาก “ราคาที่ต้องจ่าย” (Price) ให้กลายเป็น “ผลลัพธ์ที่จะได้รับ” (Value) ในฐานะที่ผมจัด inhouse training มาหลายร้อยคลาส ผมมักจะสอนเทคนิคที่เรียกว่า “Feel-Felt-Found” ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจไปพร้อมกับการชี้ให้เห็นความจริงเชิงธุรกิจ ลองดูตัวอย่างสคริปต์ที่ผมใช้จริงนะครับ เมื่อลูกค้าบอกว่าแพง ให้ตอบกลับด้วยความมั่นใจแบบมืออาชีพว่า: “ผมเข้าใจความกังวลเรื่องงบประมาณของพี่เลยครับ (Feel) ลูกค้าหลายท่านของผมตอนแรกก็เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกันว่าราคาสูงกว่าตลาด (Felt) แต่หลังจากที่พวกเขาได้ลองใช้ระบบของเราไปเพียง 3 เดือน พวกเขาพบว่า (Found) ระบบนี้ช่วยลดความสูญเสียในไลน์ผลิตได้ถึง…

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เมื่อลูกค้าบอกว่า “ขอคุยกับเจ้านายก่อน”
|

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เมื่อลูกค้าบอกว่า “ขอคุยกับเจ้านายก่อน”

เคยไหมครับ? นำเสนอโซลูชันอย่างดีเยี่ยมมาเป็นชั่วโมง แต่สุดท้ายกลับได้ยินประโยคที่ทำเอาความหวังเกือบเป็นศูนย์อย่าง “เดี๋ยวขอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเจ้านายก่อนนะครับ” หากคุณตอบกลับไปเพียงแค่ “ได้ครับพี่ ผลเป็นยังไงบอกผมนะ” ผมบอกได้เลยว่าดีลนั้นใน B2B sales pipeline ของคุณมีโอกาสหลุดลอยไปสูงมาก จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ผมพบว่าความพยายามที่ผ่านมาอาจเสียเปล่า เพราะคุณกำลังปล่อยให้คนที่ไม่ใช่ “มือโปร” ในสินค้าของคุณ ไปรับหน้าที่ขายงานต่อให้เจ้านายเขาเองครับ หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องการเพิ่มอัตราการชนะ (Win Rate) หรือฝ่าย HR ที่กำลังเฟ้นหา หลักสูตรอบรมพนักงานขาย ที่เน้นการแก้ปัญหาหน้างานจริง บทความนี้คือกลยุทธ์ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ที่จะเปลี่ยนสถานการณ์จาก “รอคอยอย่างมีความหวัง” ให้กลายเป็นการ “ร่วมมือเพื่อปิดดีล” ครับ เปลี่ยนบทบาทจาก “คนขาย” เป็น “อาวุธลับ” หน้าที่ของนักขายมืออาชีพเมื่อเจอสถานการณ์นี้ คือการทำให้ลูกค้าดูดีที่สุดในสายตาเจ้านายของเขาครับ แทนที่จะปล่อยให้เขาไปรบเพียงลำพัง คุณต้องอาสาเป็นผู้ช่วยที่ทำให้งานของเขาง่ายขึ้น ผมมักจะใช้ประโยคเชิงรุกที่แสดงความเป็นมืออาชีพดังนี้ครับ: “เข้าใจเลยครับพี่ เพราะโปรเจกต์นี้สำคัญมาก ผมไม่อยากให้พี่ต้องลำบากเตรียมพรีเซนต์เองคนเดียว เพื่อให้เจ้านายพี่เห็นภาพชัดที่สุดและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ทราบว่าผมพอจะขออนุญาตเข้าไปร่วมให้ข้อมูลทางเทคนิคสั้นๆ ในวันที่พี่ประชุมกับเจ้านายด้วยได้ไหมครับ? หรือหากไม่สะดวก พี่คิดว่าเจ้านายพี่น่าจะกังวลเรื่องไหนเป็นพิเศษ ผมจะได้เตรียมข้อมูลสรุป (Executive Summary)…

ยอดขายรถไฟเหาะแก้ได้! จัดการ B2B sales pipeline ด้วยกฎ 3 เท่า
|

ยอดขายรถไฟเหาะแก้ได้! จัดการ B2B sales pipeline ด้วยกฎ 3 เท่า

คุณเคยเจอกับสภาวะ “เดือนนี้ยอดพุ่ง เดือนหน้ายอดแป้ก” ไหมครับ? กราฟยอดขายที่เหวี่ยงไปมาเหมือนรถไฟเหาะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนทำให้พนักงานเครียด ส่วนหัวหน้าทีมขายและผู้บริหารก็นอนไม่หลับเพราะคาดการณ์รายได้ไม่ได้เลย จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาและวางระบบการขายให้กับบริษัทข้ามชาติมามากกว่า 20 ปี ผมบอกได้เลยครับว่าปัญหานี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพนักงานขายขี้เกียจ แต่เกิดจากสิ่งที่ผมเรียกว่า “Pipeline Leak” หรือการที่กระบวนการจัดการ B2B sales pipeline ของคุณมัน “ผอมแห้ง” และขาดความสมดุลนั่นเองครับ กับดักของดีลใหญ่: ทำไมพนักงานขายถึงตกม้าตายตอนจบ? นักขายหลายคนมักจะพลาดท่าให้กับ “ดีลใหญ่” เพียงดีลเดียวครับ เมื่อมีลูกค้ารายใหญ่ที่ดูมีโอกาสปิดได้สูง พวกเขามักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการ “เฝ้า” และประคบประหงมดีลนั้นจนลืมทำกิจกรรม วิธีหาลูกค้าใหม่ B2B อย่างต่อเนื่อง พอถึงเวลาที่ ปิดการขาย ได้สำเร็จ หันกลับมามองในมืออีกทีกลับพบว่า “ว่างเปล่า” ไม่มีรายชื่อลูกค้ารายใหม่รออยู่เลย กว่าจะเริ่มตั้งหลักหาลูกค้าใหม่ได้ ยอดขายในเดือนถัดไปก็หายวับไปกับตาแล้วครับ “กฎ 3 เท่า” (The 3X Rule) เคล็ดลับสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหายอดขายไม่นิ่ง ผมมักจะนำกลยุทธ์ที่ใช้สอนใน inhouse training ระดับสากลมาปรับใช้ นั่นคือ “กฎ…

เลิกหว่านแห! วิธีหาลูกค้าใหม่B2B ให้แม่นยำและปิดดีลได้จริง
|

เลิกหว่านแห! วิธีหาลูกค้าใหม่B2B ให้แม่นยำและปิดดีลได้จริง

คุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ทีมขาย “โทรเป็นร้อยสาย แต่คุยได้ไม่ถึงสิบ” อยู่ใช่ไหมครับ? หรือในฐานะผู้บริหาร คุณอาจกำลังปวดหัวกับการใช้งบการตลาดไปมหาศาล แต่รายชื่อลูกค้า (Leads) ที่ได้กลับมากลับไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง กลายเป็นความพยายามที่สูญเปล่าและบั่นทอนกำลังใจของทีมงาน จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาและวางกลยุทธ์การขายให้แก่องค์กรชั้นนำมานานกว่า 20 ปี ผมบอกได้เลยครับว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พนักงานคุณไม่ขยัน แต่อยู่ที่กระบวนการ วิธีหาลูกค้าใหม่B2B ของคุณกำลังหลงทาง เพราะคุณกำลังพยายาม “ขายของให้ทุกคน” ซึ่งในโลกธุรกิจแบบองค์กร การทำเช่นนั้นคือการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างแท้จริงครับ กลยุทธ์ “เลือกเป้า” แทนการ “สุ่มดวง” หัวใจสำคัญที่ผมมักจะย้ำเสมอในการจัด inhouse training คือการสร้าง Ideal Customer Profile (ICP) หรือการระบุให้ชัดเจนว่า “ใครคือลูกค้าที่จ่ายเงินง่ายและใช้สินค้าเราคุ้มที่สุด” หากคุณเป็น HR ที่กำลังมองหา หลักสูตรอบรมพนักงานขาย ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร คุณต้องเริ่มจากการสอนให้พนักงาน “หยุดหว่าน” และเริ่ม “เจาะจง” ผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญนี้ครับ: ยกระดับทีมงานสู่การเป็น “ที่ปรึกษา” มืออาชีพ การจะเปลี่ยนทัศนคติของพนักงานขายให้ก้าวข้ามการโทรสุ่มไปสู่การทำ B2B Prospecting เชิงกลยุทธ์ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากผู้นำครับ…

เลิกบริหารแบบไล่บี้เป้า! พลิกกลยุทธ์ การบริหารทีมขาย ด้วยกิจกรรม
|

เลิกบริหารแบบไล่บี้เป้า! พลิกกลยุทธ์ การบริหารทีมขาย ด้วยกิจกรรม

คุณเคยเป็นหัวหน้าทีมขายประเภทที่พอถึงสิ้นเดือน ก็เอาแต่ตะโกนถามลูกน้องว่า “ยอดถึงเป้าหรือยัง?” หรือ “ทำไมยอดไม่มา?” อยู่หรือเปล่าครับ? ในฐานะผู้บริหาร คุณอาจกำลังเผชิญกับความกดดันจากตัวเลขที่ไม่เป็นไปตามคาด จนต้องใช้วิธีเร่งรัดพนักงานในโค้งสุดท้าย จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาวางระบบขายให้กับบริษัทข้ามชาติและองค์กรใหญ่มามากกว่า 20 ปี ผมบอกได้เลยครับว่าการทำแบบนั้นคือการบริหารงานแบบ “มองกระจกหลัง” ครับ เพราะยอดขายมันคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว คุณแก้ไขอะไรในอดีตไม่ได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือการเปลี่ยนจุดโฟกัสใหม่มาที่ การบริหารทีมขาย ผ่านกิจกรรมพรีเซลล์ (Leading Indicators) แทนครับ ยอดขายเหมือน “น้ำหนักตัว” อยากเปลี่ยนผลลัพธ์ต้องคุมที่ “ต้นเหตุ” ผมมักจะเปรียบเทียบเสมอว่า ยอดขายก็เหมือนกับ “น้ำหนักตัว” ครับ ถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก คุณจะเอาแต่ยืนชั่งน้ำหนักทุกวันแล้วภาวนาให้มันลดลงไม่ได้ แต่คุณต้องไปควบคุมสิ่งที่ “กิน” และ “การออกกำลังกาย” ซึ่งเป็นต้นเหตุที่แท้จริง ในโลกของธุรกิจ B2B หากคุณต้องการให้ยอด ปิดการขาย ออกมาสวยงามสม่ำเสมอ คุณต้องเลิกดูแค่ตัวเลขสุดท้าย แต่ให้กลับมาดูคุณภาพและปริมาณของกิจกรรมใน B2B sales pipeline ดังนี้ครับ: ถ้า “กิจกรรม” เหล่านี้มีคุณภาพและปริมาณมากพอ ยอดขายจะไหลเข้ามาหาคุณเองโดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อยตอนสิ้นเดือนครับ สร้างวัฒนธรรมการขายที่วัดผลได้จริง การที่ทีมขายจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรอคอยโชคชะตามาเป็นการบริหารกิจกรรมอย่างเป็นระบบ…

เปลี่ยนเสียงสายให้เป็นยอดขาย! เทคนิคการขายทางโทรศัพท์ ระดับมือโปร
|

เปลี่ยนเสียงสายให้เป็นยอดขาย! เทคนิคการขายทางโทรศัพท์ ระดับมือโปร

“สวัสดีครับผมชื่อ… จากบริษัท… วันนี้จะมานำเสนอ…” หากพนักงานขายของคุณยังคงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการรัวสคริปต์แบบหุ่นยนต์เช่นนี้ ผมบอกได้เลยครับว่าสิ่งที่ลูกค้าจะทำคือการวางสายใส่ หรือตัดบททิ้งภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที เพราะในโลกธุรกิจระดับองค์กร (B2B) ผู้บริหารไม่ได้ต้องการคุยกับ “เครื่องจักรขายของ” แต่พวกเขาต้องการคุยกับ “คนที่พร้อมมาช่วยแก้ปัญหา” ครับ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและทีมขายข้ามชาติมามากกว่า 20 ปี ผมพบว่า เทคนิคการขายทางโทรศัพท์ ที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การยัดเยียดข้อมูล แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และการให้เกียรติผู้ฟังตั้งแต่วินาทีแรกที่เขารับสายครับ กฎ 10 วินาที: เปลี่ยนจาก “คนแปลกหน้า” เป็น “ที่ปรึกษา” หัวใจสำคัญที่ผมมักจะย้ำในคลาส inhouse training เสมอคือ กฎของ The Human Connection ครับ แทนที่จะรัวสคริปต์ขายของทันที ลองเปลี่ยนวิธีเปิดบทสนทนาที่เน้นประโยชน์ของลูกค้าและให้สิทธิ์เขาในการเลือกเวลาคุยดูครับ ลองดูสคริปต์ที่ผมใช้จริงและแนะนำให้ลูกศิษย์ใช้อยู่เสมอนะครับ: “สวัสดีครับคุณ (ชื่อลูกค้า) ผมโทนี่จาก (ชื่อบริษัท) นะครับ ผมเห็นว่าทางบริษัทของคุณกำลังขยายสาขาใหม่พอดี เลยมีข้อมูลเชิงเทคนิคที่จะช่วยลดต้นทุนการวางระบบได้ประมาณ 15% มาฝากครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้พอจะมีเวลาสัก 2 นาทีไหมครับ…

วิธีUpsell Cross-sell ให้ได้ใจลูกค้าเก่าและโตอย่างยั่งยืน
|

วิธีUpsell Cross-sell ให้ได้ใจลูกค้าเก่าและโตอย่างยั่งยืน

คุณทราบไหมครับว่า ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition Cost) นั้นสูงกว่าการรักษาฐานลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า! แต่ทำไมนักขายส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรม B2B ยังเอาแต่ไล่ล่าลูกค้าใหม่จนหลงลืม “ขุมทรัพย์” ที่อยู่ในมือตัวเอง? ในฐานะผู้บริหาร คุณอาจกำลังเผชิญกับโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ยอดขายเติบโตโดยไม่ต้องเพิ่มงบประมาณการตลาดมหาศาล คำตอบอยู่ในกลยุทธ์การขยายฐานจากลูกค้าเดิมครับ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ผมพบว่า วิธีUpsell Cross-sell ที่ผิดพลาดที่สุดคือการสั่งให้ทีมขายทักไปหาลูกค้าเฉพาะตอนที่ “อยากจะขายของเพิ่ม” เท่านั้นครับ การทำเช่นนั้นจะทำให้ลูกค้ากลุ่ม B2B รู้สึกว่าเขาเป็นเพียงเครื่องผลิตเงินให้คุณ และความเชื่อใจ (Trust) ที่สร้างมาก็จะพังทลายลงทันที กฎ Value-First: ให้ก่อนขาย คือหัวใจของมือโปร การจะทำกำไรเพิ่มจากฐานลูกค้าเดิมให้สำเร็จ ทีมงานของคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติจากการ “ยัดเยียด” เป็นการ “มอบความปรารถนาดี” ผมมักจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Value-First Connection” ซึ่งเป็นการโทรไปเพื่อเช็กสุขภาพธุรกิจของลูกค้า ไม่ใช่โทรไปเพื่อปิดดีลเพียงอย่างเดียว ลองดูตัวอย่างสคริปต์ที่ผมใช้สอนในคลาสบ่อยๆ นะครับ: “สวัสดีครับคุณ (ชื่อลูกค้า) ผมโทนี่นะครับ วันนี้ผมไม่ได้จะมาเสนอขายอะไรเพิ่มครับ แต่พอดีผมเห็นรายงานเทรนด์อุตสาหกรรมตัวใหม่ที่เพิ่งออกมา คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับโปรเจกต์ที่พี่กำลังทำอยู่เลยอยากส่งให้ดู… อ้อ แล้วระบบตัวเดิมที่ติดตั้งไปเมื่อไตรมาสก่อนเป็นยังไงบ้างครับ?…

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เมื่อลูกค้าบอกว่า “แพง” ให้กลับมาเซ็นสัญญา
|

วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เมื่อลูกค้าบอกว่า “แพง” ให้กลับมาเซ็นสัญญา

เคยเจอไหมครับ? นำเสนอโซลูชันอย่างมืออาชีพมาตลอดชั่วโมง ลูกค้าดูสนใจและเห็นด้วยกับเราทุกอย่าง แต่พอถึงวินาทีที่เปิดใบเสนอราคาปุ๊บ บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปทันทีพร้อมประโยคคลาสสิกว่า “ทำไมแพงจัง!” หรือ “เจ้าอื่นถูกกว่านี้เยอะเลยนะ” หากคุณรีบตอบกลับไปว่า “ลดได้ครับพี่” หรือ “ของผมคุณภาพดีกว่าเจ้าอื่นนะครับ” ผมบอกเลยว่าคุณกำลังเดินเข้ากับดักการขายอย่างจังครับ เพราะคุณกำลังยอมรับโดยปริยายว่า “ราคา” คือปัญหาเดียวและเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของดีลนี้ จากประสบการณ์ของผมในการคลุกคลีกับการขายระดับองค์กรมากว่า 20 ปี ผมพบว่าหัวใจสำคัญของ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง เรื่องราคา ไม่ใช่การพยายามแก้ตัวหรือลดราคาแข่งกับใครครับ เปลี่ยนโฟกัสจาก “ราคาที่จ่าย” เป็น “มูลค่าที่เสียไป” หน้าที่ของนักขายมือโปรเมื่อเจอคำว่าแพง ไม่ใช่การเถียงเรื่องตัวเลขบนกระดาษ แต่คือการดึงสติลูกค้าให้กลับมามองที่ “มูลค่าความสูญเสีย” (Cost of Inaction) แทนครับ วิธีจัดการข้อโต้แย้ง ในฐานะผู้บริหารที่ต้องดูแลความคุ้มค่าขององค์กร คุณจะเข้าใจดีว่าของที่ถูกที่สุดอาจไม่ใช่ของที่ประหยัดที่สุดเสมอไป ลองใช้ประโยคที่ผมใช้ฝึกสอนพนักงานขายในโปรแกรม inhouse training ระดับสากลดูครับ: “ผมเข้าใจครับพี่ว่าเรื่องงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผมขออนุญาตถามนิดนึงครับว่า ที่พี่บอกว่าแพง พี่กำลังเทียบกับราคาสติกเกอร์ที่เห็นตรงหน้า หรือเทียบกับความเสียหายที่พี่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนถ้าปัญหานี้ยังไม่ถูกแก้ครับ? เพราะโซลูชันของผมไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถูกที่สุด แต่ถูกออกแบบมาให้คุ้มค่าที่สุดในการหยุดความสูญเสียเดือนละ 5 แสนบาทของพี่ให้กลายเป็นศูนย์ครับ” การตั้งคำถามแบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่า การ “ไม่ซื้อ” หรือ…